
Wo Long 2: Wings of Ember — ผลงานที่รวมบทเรียนจาก Nioh, Ninja Gaiden และ Dead or Alive
เกมต่อยอดจากภาคแรก ปรับระบบการต่อสู้ให้แนวตั้งกว่าเดิม และเพิ่มความลื่นไหลของการเคลื่อนที่
สรุปข่าว
หลังจากได้ลองเล่นหลายชั่วโมง Wo Long 2: Wings of Ember ของทีมพัฒนา Team Ninja ชัดเจนว่าเกมพัฒนาขึ้นจากภาคแรกในเกือบทุกด้าน ทั้งการต่อสู้ที่เร็วขึ้น มีมิติทางอากาศและความสูงมากขึ้น รวมถึงระบบอาวุธที่ให้ความรู้สึกแตกต่างเหมือนตัวละครในเกมต่อสู้
การต่อสู้และระบบคอมแบท
ภาคก่อนหน้ามีระบบที่เด่นคือการสามารถ deflect เกือบทุกการโจมตี แต่ในภาค 2 ทีมงานปรับให้ศัตรูระดับพื้นฐานก็มีท่วงท่าพิเศษที่ต้องหลบหรือ counter มากกว่าแค่ deflect ทำให้การเล่นต้องอาศัยทักษะการกดปุ่มที่แม่นยำและเร็วขึ้น และเรียนรู้จังหวะของศัตรูเพื่อทำ aerial attack, critical parry และ chain combo ที่มีรางวัลคุ้มค่าอิทธิพลจากเกมอื่น
ความรู้สึกที่เกมมีมิติมากขึ้นมาจากอิทธิพลของ Ninja Gaiden ซึ่งทีมพัฒนาพัฒนาเกม 2 โปรเจกต์ไปพร้อมกัน จึงเห็นการออกแบบศัตรูและ encounter ที่บีบให้ผู้เล่นใช้การโจมตีทางอากาศบ่อยขึ้น ขณะที่รากของระบบ parry และ burst-like counter ยังคงมีเชิงอ้างอิงจาก Nioh และ Nioh 2
การออกแบบแผนที่และการเคลื่อนที่
แผนที่ของเกมเปิดมากขึ้นและมีความสูงมากขึ้น คล้ายแนวทางของ Nioh 3 แบบกึ่งโลกเปิด ทำให้การสำรวจสนุกและมี platforming เบา ๆ กระจายตามภูมิประเทศ การเคลื่อนที่โดยรวมรู้สึกเบากว่าและลื่นไหลกว่าภาคแรก
อาวุธและสไตล์การเล่น
ระบบอาวุธใน Wo Long 2 ให้ความรู้สึกเหมือนเลือกตัวละครจาก roster ของเกมต่อสู้เหมือนที่เห็นใน Dead or Alive — แต่ละอาวุธมี moveset เฉพาะพร้อม Martial Art skills ที่สวมใส่ได้ ทำให้กำหนดสไตล์การเล่นได้กว้าง แต่ยังคงโฟกัสที่จังหวะความดุดันและการทำลายการป้องกันของศัตรู
บทสรุปและการทดลองเล่น
โดยรวม Wo Long 2: Wings of Ember กลายเป็นผลงานที่รวมเอาจุดเด่นจากผลงานก่อนของ Team Ninja มาขัดเกลาและจัดวางอย่างมั่นใจ พัฒนาการด้านการต่อสู้แบบสามมิติและระบบอาวุธทำให้เกมมีเอกลักษณ์มากขึ้น และตอนนี้มีเดโมให้ลองบน Steam, PlayStation และ Xbox
- จุดเด่น: การต่อสู้สามมิติ, aerial attack, critical parry, อาวุธที่มีเอกลักษณ์
- ข้อสังเกต: learning curve สูงขึ้นเมื่อเทียบกับภาคแรกและ Nioh
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















