
รวม 9 DLC สุดบ้าที่กล้าเปลี่ยนเกมหลักให้แปลกแต่จดจำได้
จากเป็นพระเจ้าแห่งความบ้า ถึง D&D บ้านๆ ที่กลายเป็นเรื่องจริง
ย่อความ
DLC ที่ดีที่สุดบางชิ้นไม่ใช่แค่เพิ่มเวลาเล่นหรือของใหม่ แต่กล้าพลิกแนวทางของเกมหลักจนกลายเป็นประสบการณ์ที่จดจำได้ตลอดไป บทความนี้รวบรวม 9 DLC ที่แหวกทุกกรอบ ทั้งตลกร้าย ไซไฟบ้าๆ และการเล่าเรื่องที่ไม่เหมือนใคร
รายชื่อทั้ง 9
- Fallout: New Vegas - Old World Blues
- Mass Effect 3 - Citadel
- Saints Row 4 - Gat Out of Hell
- Borderlands 2 - Tiny Tina’s Assault on Dragon Keep
- Red Dead Redemption - Undead Nightmare
- The Elder Scrolls 4: Oblivion - Shivering Isles
- The Sims 4 - StrangerVille
- The Witcher 3 - Hearts of Stone
- Outer Wilds - Echoes of the Eye
Fallout: New Vegas — Old World Blues
เริ่มด้วย Courier ที่ตื่นขึ้นมาในห้องผ่าตัดของ Big MT โดยที่สมอง หัวใจ และกระดูกสันหลังหายไป ถูกขโมยโดย Think Tank — สมองนักวิทยาศาสตร์ลอยในโหล DLC นี้เปลี่ยนโทนเกมจากการเมือง fraktional ไปเป็นไซไฟล้ำยุคและตลกร้าย มีการเขียนบทที่ยกระดับความบ้าให้ดูฉลาดไม่หลุดธีมของเกมหลัก
Mass Effect 3 — Citadel
หลังซีรีส์การต่อสู้ชิงจักรวาล Citadel ให้เวลากับตัวละครและแฟนบริการอย่างเต็มที่ คุณจะได้ชกมวยกับโคลนของตัวเอง ทริปปล้น ไปจนถึงงานเลี้ยงที่รวมทุกตัวละครจากทั้งไตรภาคมาเจอกัน เป็น DLC ที่ตั้งใจเป็น fan service แต่ยังทำได้ด้วยอารมณ์และความอบอุ่น
Saints Row 4 — Gat Out of Hell
จากการเป็นประธานาธิบดีที่ต่อสู้กับเอเลียน DLC นี้พา Johnny Gat และ Kinzie ไปยังนรกจริงๆ โดยมีปีกปีศาจให้บินด้วย เนื้อหาบ้ามากถึงขั้นมีมิวสิคัลที่ Satan ร้องโดย Travis Willingham — เป็น DLC ที่ยกระดับความเละเทะของซีรีส์ไปอีกขั้น
Borderlands 2 — Tiny Tina’s Assault on Dragon Keep
DLC ที่เปลี่ยนเกมเป็นโต๊ะ Dungeons & Dragons เล่าโดย Tiny Tina เด็กสาวระเบิดเวลา การเล่าเรื่องสดทำให้โลกเกมถูกดัดแปลงตามจินตนาการของเธอ ทั้งมังกรที่แท้จริงแล้วเป็นหุ่นโครงกระดูก และการซ่อนความเศร้าของตัวละครไว้หลังการเล่นเกมแฟนตาซี
Red Dead Redemption — Undead Nightmare
เกมคาวบอยสุดโศกกลายเป็นซอมบี้เวสเทิร์น John Marston ต้องจัดการกับฝูงซอมบี้ ล่าตำนานสัตว์ประหลาดอย่าง Bigfoot และมีโหมด co-op สี่คน ใส่ปืนลูกซองสู้กับกองทัพศพ DLC นี้เล่นกับธีมของเกมหลักได้ฉลาดและสนุก
The Elder Scrolls 4: Oblivion — Shivering Isles
นำผู้เล่นสู่ดินแดนของ Sheogorath เจ้านายแห่งความบ้า แบ่งเป็นสองโซน Mania และ Dementia การผจญภัยทำให้ผู้เล่นได้ขึ้นครองบัลลังก์แห่งความบ้า และได้ใช้ Wabbajack ไม้เท้าที่สุ่มเปลี่ยนใครก็ตามให้เป็นสิ่งมีชีวิตแปลกๆ—คอนเซปต์ที่ทำให้ DLC นี้โดดเด่น
The Sims 4 — StrangerVille
จากเกมใช้ชีวิตสบายๆ StrangerVille เขย่าบรรยากาศด้วยทฤษฎีสมคบคิดของรัฐบาล เมืองทะเลทรายมีการติดเชื้อแบบ hive-mind พร้อมผลึกเรืองแสง และบทสนทนาที่น่ากลัว แต่ยังคงต้องดูแลความต้องการพื้นฐานของ Sim ของคุณไปพร้อมกัน
The Witcher 3 — Hearts of Stone
DLC ที่ย่อเรื่องราวลงสู่ข้อตกลงของชายคนหนึ่ง Geralt รับงานจาก Olgierd von Everec ทำภารกิจแปลกๆ ทั้งบุกงานแต่งและต่อสู้กับเงาสะท้อนของตัวเอง แล้วเรื่องทั้งหมดก็เกี่ยวพันกับพ่อค้าที่มีพลังแปลกประหลาด การเล่าเรื่องเข้มข้นและตัวละครที่น่าจดจำคือตัวชูโรง
Outer Wilds — Echoes of the Eye
แฟนเกมสำรวจเวลาได้ขยายจักรวาลด้วยโซนใหม่ที่ซ่อนอยู่: โครงสร้างที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ภายในคือหมู่บ้านจำลองที่ลบความทรงจำตัวเองออกและมีสิ่งที่คอยล่าในความมืด DLC นี้เพิ่มบรรยากาศลึกลับและการนำทางในที่มืดที่ท้าทายมากขึ้น
บทสรุป
จุดร่วมของทั้ง 9 DLC คือความกล้าที่จะทิ้งกรอบเดิมของเกมหลักเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้เล่น ทั้งการเปลี่ยนโทน การเพิ่มองค์ประกอบแฟนตาซีหรือสยองขวัญ และการให้พื้นที่ตัวละครได้ 'มีความสุข' หรือ 'บ้า' อย่างเต็มที่ ผลลัพธ์คือ DLC เหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่แฟนๆ จำได้ยาวนาน
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















