
Ray Chase เล่น 'smell build' ใน Kingdom Come: Deliverance 2 และยอมรับ 1,000 ชั่วโมงใน Slay the Spire
นักพากย์ Cyclops เปิดเผยเวลาการเล่นบน PC สไตล์แปลก ๆ ใส่น้ำหอมเป็นเกราะ พร้อมพูดถึงเกมโปรดบนเครื่องบิน
สรุป
Ray Chase นักพากย์ที่รู้จักจากบท Cyclops ใน X-Men '97 และ Noctis ใน Final Fantasy 15 พูดถึงความเป็นมาของเขากับการเล่นเกมบน PC ตั้งแต่สมัย DOS จนถึงตอนนี้ เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Sassy Chap Games และกำลังดูแล update ของเกม Date Everything ขณะที่ยังหาเวลาเล่นเกมโปรดอย่าง Slay the Spire, Brotato, Deltarune Chapter 5 และ Kingdom Come: Deliverance 2
สไตล์การเล่นล่าสุด
ตอนนี้ Chase กำลังเล่น Kingdom Come: Deliverance 2 และเรียกเซฟล่าสุดของเขาว่าเป็น "smell build" — แนวทางที่ตัวละครใส่น้ำหอมและแต่งตัวหรูจนมันทำหน้าที่เหมือนเกราะ แล้วพอศัตรูเห็นก็จะงงไปชั่วคราว เขาบอกติดตลกว่าเขา "ใส่น้ำหอมแล้วเดินเข้าต่อสู้ด้วยชุด fancy boy" และมักจะซักเสื้อผ้าให้สะอาดเสมอเมื่อต้องเตรียมออกไปฟาดฟัน
"I wear perfumes and walk into battle with my fancy boy outfit"
เวลาการเล่นและความชอบ
เรื่องเวลาเล่นเกมบน Steam เขาบอกว่าเกมที่มีชั่วโมงเยอะสุดคือ Slay the Spire — บน Steam อาจอยู่ราว 600 ชั่วโมง แต่รวมเวอร์ชันมือถือและการเล่นทั้งหมดแล้วเขากล่าวติดตลกว่าเป็น "1,000 freaking hours" Chase ชอบโหมด Ascension และท้าทายตัวเองด้วยการชนะบน Ascension 20 และเคยเล่นครบทุกตัวละครจนจบ
เกมที่เขามักจะติดตั้งไว้เสมอคือ Brotato และ Slay the Spire เพราะเป็นเกมน้ำหนักเบาที่เล่นได้ง่ายบนเครื่องบินหรือโน้ตบุ๊ก นอกจากนี้เขากำลังเล่น Deltarune Chapter 5 แบบไม่ยาวมาก และชื่นชม Mina the Hollower สำหรับดนตรีและดีไซน์ของดันเจี้ยน
งานพากย์และการพัฒนา
นอกเวลาที่เล่นเกม Chase มีผลงานพากย์มากมาย ทั้งบทนำใน Final Fantasy 15 และบท Cyclops ใน X-Men '97 เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Sassy Chap Games ผู้พัฒนา Date Everything ซึ่งเพิ่งปล่อย update ใหม่และกำลังทำพาร์ทต่อไปของเรื่อง
เครื่องและซอฟต์แวร์ที่ขาดไม่ได้
- ใช้ซอฟต์แวร์อัดเสียงเป็นหัวใจสำคัญของงานพากย์ — ชื่นชอบ Reaper และ Audacity
- คอมพิวเตอร์เก็บของน้อยและเรียบร้อย — มีแค่ไฟล์เสียงที่เพิ่งอัดและ Recycle Bin
- เป็นคนแบบ one-screen ส่วนใหญ่ใช้งานโน้ตบุ๊กตัวเดียว ซึ่งตัวเดียวกันนี้ใช้พัฒนาเกม Date Everything
ทิ้งท้าย
Chase เล่าถึงความสุขของการยอมรับผลลัพธ์จากการเล่นเกม — เช่นการพลาดจุดจบลับใน Disco Elysium แล้วไม่ย้อนกลับไปเช็ค — และยืนยันว่าการอยู่กับผลลัพธ์เป็นส่วนหนึ่งของความสนุกในเกมสำหรับเขา
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















