
Yeon Sang-ho กลับมาพร้อม Colony หนังซอมบี้เชื้อราที่ได้แรงบันดาลใจจากคลาสสิก
ซอมบี้จากเชื้อราเป็น hivemind พัฒนาไหวพริบ ขึ้นจากไอเดียจากหนังคลาสสิกและเกม
ภาพรวม
Yeon Sang-ho ผู้กำกับที่เป็นที่รู้จักจาก Train to Busan กลับมาพร้อมหนังซอมบี้เรื่องใหม่ชื่อ Colony ซึ่งย้ายฉากจากบนรถไฟมาเป็นห้างสรรพสินค้า และเปลี่ยนซอมบี้เชิงบุกแบบ 28 Days Later ไปเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า — ซอมบี้ที่ติดเชื้อจากเชื้อราวิศวกรรมซึ่งทำให้พวกมันเชื่อมใจเป็น hivemind และพัฒนาความฉลาดขึ้นเรื่อยๆ หนังมีกำหนดฉายในสหรัฐฯ วันที่ 28 ส.ค.
แนวคิดหลักของหนัง
จุดเด่นของ Colony คือการเปรียบเทียบการพัฒนาของฝูงซอมบี้กับพฤติกรรมของมนุษย์ โดยฝูงซอมบี้เริ่มจากระดับดั้งเดิมแล้วพัฒนาเป็นระบบความคิดร่วม ส่วนมนุษย์กลับถดถอยจากสังคมไปสู่ความตระหนี่และความขัดแย้งภายใน เมื่อเหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น ผู้กำกับใช้การเปลี่ยนผ่านของแต่ละฝ่ายเป็นอุปมาทางสังคม
แหล่งแรงบันดาลใจ
Yeon ยอมรับว่า Colony ยืมไอเดียจากผลงานคลาสสิกหลายชิ้น แต่ไม่ใช่การลอกแบบแบบตรงๆ เขาหยิบองค์ประกอบสำคัญมา remix ให้เกิดความน่ากลัวแบบเฉพาะตัว โดยหนังอ้างอิงถึงผลงานอย่าง:
- Dawn of the Dead — การใช้ห้างสรรพสินค้าเป็นฉากและการวิพากษ์สังคมผู้บริโภค
- The Last of Us — ไอเดียเชื้อราที่สร้างสภาพโลกหลังวันสิ้นโลก แต่ Yeon บอกว่าไม่ใช่อิทธิพลโดยตรง
- Invasion of the Body Snatchers — การทำงานเป็นความคิดรวมและท่าทางเฉพาะเมื่อเจอมนุษย์
“It becomes an allegory to those contrasting groups,” Yeon กล่าว เปรียบเปรยความแตกต่างระหว่างการพัฒนาในหมู่ซอมบี้และการถดถอยของมนุษย์
อิทธิพลจากเกมและความเป็นไปได้ของภาคต่อ
Yeon เคยบอกว่าต้องการให้ Colony ให้ความรู้สึกเหมือนการเล่นเกม หนังจึงดึงโครงสร้างที่รู้สึกเหมือนการขึ้นสเตจความยากไปใช้มากกว่าการยืมเกมใดเกมหนึ่งโดยตรง เขายกตัวอย่างเกมเก่าอย่าง Road Runner เพื่ออธิบายลักษณะของระดับที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ และการที่ซอมบี้พัฒนาเหมือนเข้าสู่สเตจใหม่ๆ
นอกจากนี้ยังมีข่าวเรื่องการร่วมผลิตกับบริษัทเกมอย่าง Smilegate ผู้พัฒนา Crossfire ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ภาคต่อของ Colony อาจออกมาในรูปแบบเกมแทนภาพยนตร์
สรุป
Colony นำเสนอซีนห้างสรรพสินค้าที่กลายเป็นสนามปะทะระหว่างฝูงซอมบี้เชื้อราที่พัฒนาเป็น hivemind กับมนุษย์ที่แตกแยกภายใน หนังพยายามสร้างความน่ากลัวใหม่ๆ ด้วยการหยิบองค์ประกอบจากหนังเก่าและองค์ประกอบการเล่นเกมมาเรียงร้อยเป็นผลงานของตัวเอง มีกำหนดฉายในสหรัฐฯ วันที่ 28 ส.ค.
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















