
8 ปีแล้ว Dragon Ball FighterZ ยังเป็นเกมต่อสู้ที่ควรมี
เกมต่อสู้ของ Arc System Works จากปี 2018 ยังสนุกทั้งโหมดเดี่ยวและออนไลน์
Dragon Ball FighterZ หลัง 8 ปี: ทำไมยังน่าเล่น
ช่วงหลัง Arc System Works มีผลงานใหม่อย่าง Marvel Tokon: Fighting Souls ที่มาแนวทีม 4v4 และระบบแชร์แถบพลังชีวิต ทำให้หลายคนกลับมานึกถึงผลงานก่อนหน้าอย่าง Dragon Ball FighterZ ซึ่งออกในปี 2018 และยังได้รับความนิยมอยู่มาก ทั้งในสายแข่งขันและผู้เล่นทั่วไป
Dragon Ball FighterZ โดดเด่นด้วยระบบเกมที่ลึก แต่ไม่ปิดกั้นผู้เล่นใหม่ เช่น ระบบ autocombo ที่ช่วยให้คนเริ่มต้นต่อคอมโบได้ง่าย ส่วนท่าพิเศษบางอย่างต้องใช้การหมุนแผงทิศทางหรือจับจังหวะปุ่มให้แม่น แต่เมื่อจับทางได้แล้วการเล่นจะลื่นไหลและสนุกมาก
จุดเด่นทางเกมเพลย์
- เครื่องมือเคลื่อนที่และโจมตี อย่าง Vanish Attack, Dragon Rush และ Super Dash ช่วยปิดระยะกับคู่ต่อสู้ได้เร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เกมแนวทีมแบบ Marvel Tokon น่าจะได้ประโยชน์
- ระบบ assist และคอมโบ ทำให้คุณผสมท่าได้หลากหลายและรู้สึกเป็นตัวละครที่ทรงพลัง
- เนื้อหาออฟไลน์ครบ ทั้ง story mode, arcade ladders และ versus mode ที่ปรับเป็น 1v1 หรือ 2v2 ได้
คอนเทนต์และความคุ้มค่า
เกมเริ่มต้นมาพร้อมตัวละคร 24 ตัว และขยายมาเป็น 45 ตัวหลังจากมีการปล่อย DLC หลายชุด รวมถึงการเพิ่มตัวละครอย่าง Super Saiyan 4 Goku เมื่อต้นปีนี้ แม้ตัวเกมจะวางขายมานานหลายปี แต่ชุด Legendary Edition ที่รวม DLC มักจะลดราคาเป็นครั้งคราว ตัวอย่างเช่นในขณะที่เขียนข่าวนี้ สามารถซื้อ Legendary Edition บน PlayStation ได้ในราคา $27.49
สำหรับผู้เล่นที่ชอบเล่นคนเดียว Dragon Ball FighterZ ยังมีเรื่องราวให้จบเพื่อปลดล็อกตัวละครสำคัญอย่าง Android 21 และมีเส้นทางปลดล็อกไปสู่รูปแบบพลังสูงของตัวละครอย่าง Super Saiyan God Super Saiyan Goku และ Vegeta
สรุป
ถ้าคุณชอบเกมต่อสู้ที่ให้ทั้งความลึกและการเข้าถึงได้ง่าย พร้อมคอนเทนต์ออฟไลน์มากพอ Dragon Ball FighterZ ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าแม้ออกมาหลายปี โดยเฉพาะถ้าคุณซื้อในช่วงลดราคา
หมายเหตุ: บทความนี้เปรียบเทียบความเป็นไปได้ของระบบเคลื่อนไหวใน Dragon Ball FighterZ กับการออกแบบตัวละครที่ค่อนข้างช้าของ Marvel Tokon: Fighting Souls ซึ่งเป็นผลงานชุดใหม่ของทีมเดียวกัน
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















