
David Brevik เผยจบเกมที่แย่ที่สุด ชี้ Eye of the Beholder ทำเขาหงุดหงิดแต่ยังรัก
ผู้สร้าง Diablo เล่าประสบการณ์กับเกมเก่าและจังหวะที่ทำให้หัวเสียที่สุด
David Brevik: จาก Diablo ถึงเกมที่ไม่ยอมลบ
David Brevik ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ Condor และผู้ออกแบบเกม Diablo เล่าประวัติการเล่นเกมและผลงานของตัวเองตั้งแต่สมัยเล่นบน Apple II จนถึงการเป็น President ของ Skystone Games ปัจจุบันเขายังคงเล่นเกมเก่าๆ อยู่เป็นประจำ และยอมรับว่าในบางครั้งความทรงจำกับเกมเก่าทำให้เขากลับไปเล่นซ้ำได้เสมอ
เส้นทางสั้นๆ ก่อนมาเป็นชื่อที่คอเกมรู้จัก
Brevik เริ่มทำงานกับบริษัทซอฟต์แวร์หลายแห่งก่อนจะร่วมก่อตั้ง Condor ซึ่งเป็นที่ที่เขานำเสนอเกม Diablo ไปยัง Blizzard Entertainment หลังจาก Blizzard ซื้อ Condor และเปลี่ยนชื่อเป็น Blizzard North เกม Diablo กลายเป็นหนึ่งใน ARPG ที่ทรงอิทธิพลที่สุด
Marvel Heroes ที่ถูกปิดแล้วถูกแฟนๆ ฟื้นคืน
หนึ่งในเรื่องที่เขาเล่าคือการทำเกม Marvel Heroes ซึ่งเขาทำช่วงราว 2010–2012 และภายหลังขึ้นมาทำหน้าที่ CEO จนต้องออกจากตำแหน่ง บริษัทปิดตัวและเซิร์ฟเวอร์เกมถูกยุติ แต่แฟนๆ สร้างเซิร์ฟเวอร์ขึ้นมาเองทำให้เกมถูกเล่นอีกครั้ง
Brevik บอกว่าเขากำลังสนุกกับเวอร์ชันที่แฟนๆ ฟื้นคืน แม้จะมีปัญหาเรื่อง endgame ที่ยังอยากให้ลึกกว่านี้ และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ตอนที่ปล่อยเป็นคอนโซลและทำเป็น Marvel Heroes Omega ซึ่งปรับระบบ skill-tree ให้เล่นง่ายขึ้น ทำให้บางตัวละครเปลี่ยนไป แต่เขายังชอบตัวละครอย่าง Thing, Iron Fist, Deadpool, Elektra และ Thor
จบเกมที่แย่ที่สุด (แต่ยังรักเกมนั้น)
เกมที่ Brevik ระบุว่าเป็น "จบเกมที่แย่ที่สุด" สำหรับเขาคือเกม Eye of the Beholder ปี 1991 เขาเล่าว่าตอนท้ายหลังจากฆ่า boss สุดท้ายจะมีข้อความเด้งมาว่า "Congratulations, you win!" แล้วเกมก็ออกไปที่หน้า desktop ทันที
"So that's the worst ending of any game I've ever played. But I really love the game. It's amazing."
สถิติชั่วโมงเล่นและเกมที่ไม่ลบ
- ชั่วโมงเล่นสูงสุดตาม Steam: Marvel Heroes ประมาณ 540 ชั่วโมง
- อันดับรอง: It Lurks Below ประมาณ 529 ชั่วโมง และ No Man's Sky ราว 400 ชั่วโมง
- เกมที่เขาไม่เคยลบคือ EverQuest ทั้งเวอร์ชันดั้งเดิมและเซิร์ฟเวอร์ EQ '99 ที่เขายังกลับไปเล่นเป็นครั้งคราว
เรื่องสั้นๆ อื่นๆ
- Brevik ชอบเล่น Minecraft แบบตั้งเซิร์ฟเวอร์กับครอบครัวและเพื่อน ฝึกสร้างเครื่องจักรใหญ่ๆ เป็นงานอดิเรก
- โปรแกรมที่ขาดไม่ได้บนเครื่องคือ Visual Studio เพราะเขายังเขียนโค้ดและทำโปรโตไทป์เกมอยู่บ่อยๆ
- เดสก์ท็อปของเขารกมาก มีไอคอนประมาณ 300 อัน ทั้งเกม เครื่องมือพัฒนา และโน้ตโปรเจ็กต์
สรุป
บทสัมภาษณ์สะท้อนภาพนักพัฒนาเกมที่ยังผูกพันกับผลงานของตัวเอง ทั้งความภาคภูมิใจ ความผิดหวังจากการจบเกมแบบเรียบๆ และความสุขเมื่อเห็นชุมชนแฟนๆ ช่วยรักษาหรือฟื้นฟูผลงานให้กลับมาเล่นได้อีกครั้ง
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















