
รีวิวแรก The Sinking City 2: จากเกมนักสืบสู่ survival horror แบบตั้งใจ
Frogwares ลดบทนักสืบ เพิ่มการต่อสู้ — งานภาพสวย แต่จังหวะแรกยังแปร่งๆ
The Sinking City 2 มาในโทนที่ต่างจากของเดิมชัดเจน — ลดชิ้นส่วนการสืบสวนเชิงตรรกะแล้วขยับมาเน้นการต่อสู้และความตึงเครียดแบบ survival horror เกมยังคงยกบรรยากาศยุค 1920s และเมืองจม Arkham มาได้สวยงาม แต่การออกแบบเกมเพลย์เปลี่ยนโฟกัสไปมาก
ภาพและบรรยากาศ
The Sinking City 2 โชว์งานภาพตั้งแต่เห็นเส้นขอบฟ้า Arkham — ป้ายโฆษณายุค 20s อาคาร brownstone ทางรถไฟยกสูง และรถรางครึ่งจม เป็นเมืองที่ดูทั้งงดงามและผุกร่อน เมื่อแล่นเรือผ่านถนนน้ำท่วมก็ได้บรรยากาศเฉพาะตัว มีรายละเอียดยุคสมัยทั้งวิทยุหลอด อาร์ตเดโก้ และรถสไตล์ hinge-bonnet ที่ทำให้โลกของเกมมีน้ำหนักการเปลี่ยนแปลงของเกมเพลย์
The Sinking City ภาคก่อนเน้นการสืบสวนแบบ detective ในรูปแบบ semi-open-world แต่ภาคสองตัดสินใจลดบทบาทการแก้ปริศนาเชิงลึกลงและหันมาเน้นการต่อสู้มากขึ้น ผลคือเกมกลายเป็น survival horror ที่มีจังหวะตึงเครียดจากทรัพยากรจำกัด
- การต่อสู้มีความตอบสนองดีขึ้น — gunplay ไม่ได้ปฏิวัติ แต่รู้สึกแน่นขึ้นเมื่อเทียบกับงานก่อนของ studio
- มอนสเตอร์ออกแบบให้เคลื่อนไหวไม่เป็นแบบเดิม ทำให้ต้องวางแผนยิงจุดอ่อนและประหยัด ammo
- ระบบ inventory คับแคบ การหา ammo และไอเท็มฟื้นฟูค่อนข้างหายาก สร้างความกดดันแบบ survival ได้ชัด
- ระบบ crafting ยังพอมี แต่รู้สึกเป็นส่วนเสริมมากกว่าจุดเด่น
การออกแบบพื้นที่และจังหวะเกม
ช่วงเปิดเรื่องจังหวะเกมค่อนข้างสะเปะสะปะ — เดินล่องเรือไปจุดต่อจุดแบบมีเส้นทางค่อนข้างตรง แต่พอเริ่มเข้าอาคารขนาดใหญ่ เช่น โรงแรมอาร์ตเดโก้หรือโรงพยาบาลเขาวงกต จังหวะของเกมเริ่มไหลขึ้น และความหลอนก็เข้มข้นขึ้นตาม
นักพัฒนาใส่รายละเอียด worldbuilding อย่างเก็บโน้ต ภาพสภาพแวดล้อม และข้อความไอเท็มเล็กๆ ที่ทำให้ Arkham มีชีวิตชีวา แม้เมืองจะจมและล่มสลาย แต่ภาพเล็กๆ เหล่านี้ส่งอารมณ์ของความสูญเสียได้ดี
ความรู้สึกทั่วไปและข้อสังเกต
เกมมีมุขตลกแบบ pulp horror ที่ทำออกมาได้สนุก เช่น ฉากวิ่งหนีอาคารไฟลุกกับป้ายกระพริบที่สะกิดคำว่า RUN หรือการนำเสนอสถานีวิทยุที่ให้ฟีล Weird Tales ชวนขนลุกแบบคลาสสิก
ข้อจำกัดบางจุดยังสร้างความหงุดหงิด เช่น พื้นที่คับแคบที่ดูตัดโอกาสการหาทางหนี การโดนแอบโจมตีจากด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว และความรู้สึกว่าเกมจงใจทำให้ผู้เล่นอ่อนกำลังเพื่อเพิ่มความตึงเครียด แต่เมื่อปรับสไตล์การเล่นให้นิ่งและอาศัยการอัปเกรดอาวุธ เกมจะให้รางวัลมากขึ้น
สรุป
The Sinking City 2 เป็นการเปลี่ยนทิศทางที่ชัดเจนของ Frogwares — จากทีมที่มีพื้นฐาน detective มานานไปสู่การท้าทายตัวเองด้วย survival horror ผลลัพธ์มีทั้งด้านที่น่าชื่นชม (งานภาพ การพัฒนาระบบ combat โลกที่มีเสน่ห์) และด้านที่ยังต้องปรับ (จังหวะเริ่มต้น พื้นที่คับแคบ ความสมดุลทรัพยากร) แต่โดยรวมเป็นก้าวที่กล้าของสตูดิโอ และน่าติดตามต่อว่าเส้นทางนี้จะพัฒนาไปทางไหนในบทต่อๆ ไป
แม้จะยังมีจุดสะดุด แต่ภาคสองทำให้เห็นว่าซีรีส์กำลังเปลี่ยนไป — และการเปลี่ยนแปลงนั้นน่าสนใจพอให้ตามดูต่อ
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















