
รีวิว Mortal Shell 2 — ภาคต่อ heavy metal ที่เต็มไปด้วยมุกมืดและกลิ่นยุค 90s
ภาคต่อที่แก้จุดอ่อนจากภาคแรก เพิ่ม Shells, ปรับระบบการต่อสู้ และเติมมุกตลกร้ายสไตล์กร็อต
ภาพรวม
Mortal Shell 2 คือภาคต่อที่พัฒนาจากของเดิมอย่างชัดเจน โดยยังคงคอนเซ็ปต์ Soulslike ไว้ แต่กล้าทิ้งสูตรสำเร็จของแนวไว้บ้าง เพิ่มมุกตลกร้าย และใส่กลิ่นอายเกมพีซียุค 90s ลงไป ทำให้เกมนี้รู้สึกทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ในคราวเดียว
ระบบตัวละครและ Shells
คุณยังเล่นเป็น Harbinger ที่สามารถสิงใน Shells ของนักรบผู้ล่วงลับได้ แต่ภาคนี้มี Shells ถึง 8 แบบ ซึ่งมากกว่าภาคก่อนมาก ตัวแต่ละ Shell มาพร้อม skill tree เฉพาะตัวและเรื่องราวของตัวละครที่ปลดล็อกด้วยสกุลเงินชื่อ Glimpse ทำให้การเล่าเรื่องหลักเกิดขึ้นผ่านความทรงจำของ Shells แทนการซ่อนข้อความในไอเท็มเหมือน Soulslikes บางเกม
โทนเกมและมุกตลกร้าย
เกมเต็มไปด้วยมุกประหลาด เช่นหมู่บ้านที่มีตัวละครเต้นฆ่าคุณด้วยแอคคอร์เดียน บอสที่เปลี่ยนคุณเป็นแกะ หรือ NPC ขี่สกู๊ตเตอร์จรวด แนวทางแบบนี้ทำให้ Mortal Shell 2 มีเสน่ห์แปลก ๆ และของเล่นสนุก ๆ อย่าง Troubadour's Lute ที่เป็นทั้งอาวุธและเครื่องดนตรีให้คุณนั่งเล่นเพลงกลางฉากได้
ระบบการต่อสู้และ Seals
Mortal Shell 2 ตัด Stamina ออกไป ทำให้การเล่นเร็วและดุดันขึ้น โดยความสามารถหลักถูกผูกกับ Seals ต่าง ๆ ได้แก่:
- Untarnished Seal ให้ Guard สำหรับบล็อกที่ลด posture น้อยลง
- Infinite Seal ให้ Parry ที่ต้องใช้การกะจังหวะแต่ให้ Break damage สูง
- Vatra's Seal ให้ Harden ซึ่งเปลี่ยนคุณเป็นหินและมี cooldown ให้บริหาร
แต่ละโหมดมีข้อดีข้อเสียต่างกันและสามารถทำ Break เพื่อเปิดช่องให้ตอบโต้ได้ ทำให้เกมมีความยืดหยุ่นในการเลือกสไตล์การเล่น
ตัวเลือกความยากและการเข้าถึง
Slayer Seal ที่ทำให้เกมง่ายขึ้นด้วยหมัดที่ทำ Break และเพิ่มความรุนแรงให้ปืน อีกฝั่งมีโหมดฮาร์ดคอร์ซ่อนอยู่โดยการจุด Gloombound Candle ที่บนหอคอย ซึ่งจะเปลี่ยนโลกเป็นกลางคืนและเปิดดันเจียนลับระดับยากดันเจียนและกลิ่นอายยุค 90s
จุดที่เด่นมากคือการออกแบบดันเจียนที่ให้ความรู้สึกเหมือนเกมพีซียุค 90s — ทางลับ เลเวลที่วางศัตรูบนชั้นต่าง ๆ และปริศนาที่ต้องหา keys หรือทางลัด เหมือนกับเกมอย่าง DOOM, Heretic หรือ Hexen ทำให้การสำรวจสนุกและมีความคลาสสิกผสม modern Soulslike
ปัญหาและข้อสังเกต
เกมยังมีบั๊กบางจุด เช่น clone ของ Sester Genessa ที่พลาดการโจมตีบ่อย บางพื้นที่โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ Fainweald ขาดจุด save ที่พอเหมาะ ทำให้การวิ่งบอสซ้ำยาวเกินไป นอกจากนี้ผู้เล่นมักถูกบังคับให้มุ่งไปที่ Shells แค่หนึ่งหรือสองตัวเพราะ Glimpse ไม่พอสำหรับการใส่เต็มทุก Shell
บทสรุป
โดยรวม Mortal Shell 2 คือความสำเร็จ มันแก้จุดอ่อนของภาคแรก ขยายระบบให้ลึกขึ้น ใส่ทางเลือกการเล่นที่หลากหลาย และเติมกลิ่นอายเกมพีซียุค 90s เข้าไปจนกลายเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์ ถ้าคุณชอบ Soulslike ที่อยากได้ทางเลือกในการเล่นและรสนิยมแบบกร็อตคอเมดี้ เกมนี้น่าจะอยู่ในลิสต์ที่ต้องเล่น
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















