
เทียบ Apple Watch Ultra 4 กับ Galaxy Watch Ultra 2: ฟีเจอร์, ความทนทาน และหน้าจอ
เทียบฟีเจอร์ แบต และหน้าจอของ Apple Watch Ultra 4 กับ Galaxy Watch Ultra 2 สรุปสั้นเข้าใจง่าย
สรุปภาพรวม
Apple Watch Ultra 4 และ Samsung Galaxy Watch Ultra 2 เปิดตัวช่วงเดียวกันและเป็นสมาร์ทวอทช์ระดับพรีเมียมที่เน้นกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งคู่ใช้บอดี้ไทเทเนียม มีตัวเลือกสายหลากวัสดุ และเน้นความทนทานสำหรับการว่ายน้ำและดำน้ำ แต่ต่างกันที่ชิป ระบบปฏิบัติการ หน้าจอ และการจัดการพลังงาน
วัสดุและการออกแบบ
- ทั้งสองรุ่นใช้บอดี้ไทเทเนียม: Samsung มีตัวเลือกสีเทาและเงิน ส่วน Apple มีสีดำและสี natural
- Apple มีความร่วมมือกับ Hermés สำหรับสายไทเทเนียมและหน้าปัดธีมทะเล
ความทนทาน
ทั้งคู่รองรับการจุ่มน้ำได้ถึง 100 เมตรและผ่านมาตรฐาน EN13319 สำหรับการวัดความลึก
- Apple: ระบุค่า IP6X สำหรับฝุ่น และรองรับการจุ่มน้ำ 100 เมตร
- Samsung: ระบุ IP69K สำหรับความทนทานต่อฝุ่นและน้ำ นอกจากการจุ่ม 100 เมตร
ชิปและซอฟต์แวร์
- Galaxy Watch Ultra 2 ใช้ชิป Snapdragon Wear Elite และมาพร้อม Google Gemini เป็นผู้ช่วย AI
- Apple Watch Ultra 4 ใช้ชิป S11 และ Siri รุ่นใหม่ พร้อมรองรับฟีเจอร์ Audio Intelligence
- ทั้งคู่มีหน่วยความจำเก็บข้อมูล 64GB
ขนาดหน้าจอและความสว่าง
- Galaxy Watch Ultra 2: หนา 10.7mm จอ 1.52 นิ้ว แบบ Super AMOLED ในกรอบทรงกลมภายในกรอบสี่เหลี่ยมโค้ง
- Apple Watch Ultra 4: หนา 12mm จอสี่เหลี่ยมสูง 49mm กว้าง 44mm ใช้ Retina tech บน OLED LTPO3
- ความสว่างสูงสุด: Galaxy ทะลุ 5,000 nits ขณะที่ Apple ระบุสูงสุด 3,000 nits — จุดนี้ทำให้การมองเห็นกลางแดดต่างกัน
แบตเตอรี่และการชาร์จ
- Apple: ระบุสูงสุด 50 ชั่วโมง หรือ 84 ชั่วโมงใน Low Power Mode มี Extended Workout Mode ให้ 25 ชั่วโมงขณะใช้ GPS ต่อเนื่อง และชาร์จเร็วเพิ่มได้ถึง 18 ชั่วโมงใน 15 นาที
- Samsung: ระบุแบตเตอรี่ 800mAh และสัญญาว่าใช้งานได้ถึง 60 ชั่วโมง ชาร์จด่วนได้ประมาณ 40% ในครึ่งชั่วโมง
ฟีเจอร์สุขภาพและความปลอดภัย
ทั้งสองระบบเน้นเครื่องมือด้านสุขภาพ แต่แนวทางต่างกันตามแพลตฟอร์ม
- Apple: อัพเกรดเซ็นเซอร์ ติดตามอัตราการเต้นหัวใจถี่ขึ้นทุก 5 วินาที มี pedometer ใหม่ และรองรับแอป Readiness ที่รวมสถิติการนอนและกิจกรรม
- Samsung: ปรับข้อมูลใน Samsung Health มีเมนู Vitals ให้ค่าชีวสัญญาณประจำวัน เช่น ค่าความดันโดยประมาณ Heart Health Score และฟีเจอร์พิเศษเช่น การอ่านสารต้านอนุมูลอิสระและโหมด Trail Run พร้อมคำแนะนำเรื่องการดื่มน้ำ
- ความปลอดภัย: ทั้งคู่รองรับ Emergency SOS, สัญญาณเตือน และการตรวจจับการล้ม ส่วน Apple เพิ่ม crash detection
- ฟังก์ชันทั่วไปอื่นๆ รวมถึงการอ่าน HRV, อัตราหายใจ, อุณหภูมิข้อมือ และแอปสำหรับการทำสมาธิ
ราคาและบริการเสริม
- Galaxy Watch Ultra 2 ราคาเริ่มต้นประมาณ $700 และมักมีโปรโมชันลดราคา
- Apple Watch Ultra 4 ราคาเริ่มต้น $799 และช่วงแรกมักไม่ลดราคา แต่มีทางเลือกเทรดอิน
- ทั้งคู่ไม่บังคับสมัครสมาชิกรายเดือนเพื่อใช้งานหลัก แต่มีบริการเสริมเช่น Apple Fitness+ หรือ iFIT ที่เป็นค่าใช้จ่ายเสริม
สรุป
ถ้าต้องการหน้าจอที่สว่างสุดๆ และแบตเตอรี่อ้างอิงตัวเลขใหญ่ Galaxy Watch Ultra 2 เป็นตัวเลือกที่เด่น ส่วนถ้าต้องการระบบนิเวศ Apple และเซ็นเซอร์ติดตามที่อัพเกรดร่วมกับฟีเจอร์ด้านเสียง Apple Watch Ultra 4 น่าสนใจ ทั้งนี้การเลือกยังขึ้นกับความชอบแพลตฟอร์มและแอปที่ใช้งานเป็นหลัก
รีวิวจากผู้ใช้จริง
รีวิวทั้งหมด: (/0)
ดูรีวิวทั้งหมด


















